ClubJZ เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่ใช้งานเครื่องยนต์ JZ ทุกรุ่น เพื่อที่จะใช้แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และประสบการณ์ต่างๆ ระหว่างกันโดยไม่ได้หวังผลตอบแทนใดๆ เราหวังว่า คงจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่กำลังหาข้อมูล และผู้ที่มีปัญหาในการ ใช้งาน เครื่อง JZ ไม่มากก็น้อย แต่สิ่งสำคัญที่สุด ที่ทุกๆคนจะได้จาก ClubJZ นี้นั่นคือ มิตรภาพที่เรามีให้กับทุกๆท่านครับ.

Loading
Search In ClubJZ.net


กลับไป   ClubJZ Forums > ClubJZ ! Main Forums > ClubJZ ! D.I.Y.
สมัครสมาชิก คู่มือการใช้ รายชื่อสมาชิก ปฏิทิน ค้นหา กระทู้ใหม่วันนี้ ทำสัญลักษณ์ว่าอ่านแล้ว
ประชาสัมพันธ์ ClubJZ!

1. Login สีส้ม และสีฟ้าไม่อนุญาติให้มีลายเซ็นตั้งแต่วันที่ 07/09/09 เป็นต้นไป

2. ขอเชิญ ผู้ใช้งาน ที่ Login เป็นสีส้ม มาแนะนำตัว ( ชื่อ,รถ,เครื่องยนต์ และเบอร์ติดต่อ) เพื่อเปลี่ยนมาเป็น ClubJZ Member ที่นี่ ครับ

3. User ที่สมัครใหม่ รอ Activate ผ่าน Email ทีกรอกมาด้วยนะครับ User นั้นถึงจะใช้งานได้ ครับ



ClubJZ ! D.I.Y. ไม่ต้องพึ่งช่าง เราก็ทำได้ครับ

ตอบกลับ
 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
เก่า 04-08-2009, 22:16   #201
Moonlight
Super Moderator
 
รูปส่วนตัว Moonlight
 
วันที่สมัคร: Oct 2006
Car Brand: My Brand
Engine Type: 2JZ-GE VVT-i A/T
ที่อยู่: กรุงเทพฯ
กระทู้: 2,376
Thanks: 633
Thanked 8,031 Times in 1,296 Posts
คะแนน: 15 Moonlight will become famous soon enough
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Moonlight
อ้างถึง:
กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ joe-civil@cef อ่านกระทู้
ขอโทษคับลุงมูลผมถามผิด
ถามใหม่เลยละกันนะครับ ไม่โกรธน้า
พัดลมตัวเนี้ยผมลองต่อตรงกับแบตเตอรี่มันติดอะคับแต่ เวลาเปิดแอร์มันไม่ติดมันน่าจะมีสาเหตุจากอะไรคับ
ขอบคุณอีกครั้งครับลุงมูล
joe-civil@cef
ไม่โกรธหรอกครับ

ถามผิดก็ถามใหม่ เท่านั้นเองครับ ลองไล่สายไฟจากพัดลม จะต้องมีการต่อเข้ารีเลย์ ตรวจเช็คสายไฟจากรีเลย์ว่า หลุดหลวมมั้ย จะมีเส้นหนึงมาจาก หน้าคลัช์คอมพ์แอร์ เช็คดูเวลา เวลาหน้าคลัชท์คอมพ์แอร์ทำงาน มีสัญญาณไฟมามั้ย ตรวจเช็ค ที่รีเลย์ ว่า มีเส้นหนึ่งเป็น ขั้ว + และ อีกเส้นเป็นขั้ว - ตรวจดูว่า มีสัญญาณครบวงจรมั้ย ตรวจเช็คฟิวส์ว่าขาดมั้ยครับ

ถ้าถามว่า เกิดจากอะไรที่พัดลมไม่ติด ผมก็ต้องตอบว่า เกิดจาก สัญญาณไฟไม่ครบวงจรครับ
__________________
JZM - 5
Moonlight is offline   ตอบพร้อมอ้างถึงข้อความเดิม
The Following User Says Thank You to Moonlight For This Useful Post:
printset (09-09-2016)
เก่า 04-08-2009, 22:27   #202
กิติพัฒน์ พรรณประสาทน์
ClubJZ Old Full Member
 
รูปส่วนตัว กิติพัฒน์ พรรณประสาทน์
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
Car Brand: FORD / VOLVO
Engine Type: 1UZ
ที่อยู่: KALASIN
กระทู้: 174
Thanks: 16
Thanked 74 Times in 34 Posts
คะแนน: 10 กิติพัฒน์ พรรณประสาทน์ is on a distinguished road
ลุงมูนครับขอถามลุงหน่อยครับหน้าคลัชแอร์จับบ้างไม่จ ับบ้างเลยให้ช่างดูให้วัดดูไฟมาประมาณ7-8โวลช่างเลยต่อลีเลเพิ่มให้ตอนนี้จับตลอดผมไม่เข้าใจ ว่าไฟทำไหมมานิดเดียวครับ
กิติพัฒน์ พรรณประสาทน์ is offline   ตอบพร้อมอ้างถึงข้อความเดิม
เก่า 04-08-2009, 23:01   #203
Moonlight
Super Moderator
 
รูปส่วนตัว Moonlight
 
วันที่สมัคร: Oct 2006
Car Brand: My Brand
Engine Type: 2JZ-GE VVT-i A/T
ที่อยู่: กรุงเทพฯ
กระทู้: 2,376
Thanks: 633
Thanked 8,031 Times in 1,296 Posts
คะแนน: 15 Moonlight will become famous soon enough
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Moonlight
อ้างถึง:
กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ กิติพัฒน์ พรรณประสาทน์ อ่านกระทู้
ลุงมูนครับขอถามลุงหน่อยครับหน้าคลัชแอร์จับบ้างไม่จ ับบ้างเลยให้ช่างดูให้วัดดูไฟมาประมาณ7-8โวลช่างเลยต่อลีเลเพิ่มให้ตอนนี้จับตลอดผมไม่เข้าใจ ว่าไฟทำไหมมานิดเดียวครับ
โดยปกติ สายไฟเส้นเล็กๆ อาจจะมีแรงต้านทานเยอะก็ได้ครับ ทำให้ แรงเคลื่อนสายไฟผ่านมาต่ำ สายไฟพวกนี้ เหมาะกับการใช้เป็น สัญญาณไฟครับ ไม่เหมาะกับการนำมาใช้กับกระแสไฟสูงๆ ดังนั้น สายพวกนี้ จึงควรต่อเข้ากับรีเลย์ เป็นเป็นสายสัญญาณให้ รีเลย์ทำงานครบวงจรแล้วปล่อยกระแสไฟ เข้าสายไฟเส้นใหญ่ จึงทำให้แรงเคลื่อนมาเต็ม 12 โวล์ทครับ

อย่างแตรรถยนต์ ไฟแสงสว่างหน้ารถ ก็เช่นกันครับ ต้องผ่านรีเลย์ทั้งนั้นครับ สายไฟเส้นเล็กๆพวกนี้ ถ้าเราส่งแรงเคลื่อนออกมาเต็ม 12 โวล์ทได้ก็จริง แต่ก็จะรับกระแสไฟแรงๆไม่ได้ครับ หรือถ้าได้ ก็ไม่นาน สายก็จะร้อน จนอาจจะไหม้ก็ได้ ถ้าไม่มีฟิวส์ตัดไฟเสียก่อนครับ
__________________
JZM - 5
Moonlight is offline   ตอบพร้อมอ้างถึงข้อความเดิม
เก่า 05-08-2009, 08:52   #204
กิติพัฒน์ พรรณประสาทน์
ClubJZ Old Full Member
 
รูปส่วนตัว กิติพัฒน์ พรรณประสาทน์
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
Car Brand: FORD / VOLVO
Engine Type: 1UZ
ที่อยู่: KALASIN
กระทู้: 174
Thanks: 16
Thanked 74 Times in 34 Posts
คะแนน: 10 กิติพัฒน์ พรรณประสาทน์ is on a distinguished road
ขอบคุรครับลุงมูน ที่เพิ่มลอยหยักในหัวผมครับ
กิติพัฒน์ พรรณประสาทน์ is offline   ตอบพร้อมอ้างถึงข้อความเดิม
เก่า 07-08-2009, 00:42   #205
bokyod
ClubJZ Old Full Member
 
รูปส่วนตัว bokyod
 
วันที่สมัคร: Dec 2008
Car Brand: Volvo
Engine Type: 1 Jz GTE
ที่อยู่: Chonburi
อายุ: 28
กระทู้: 224
Thanks: 109
Thanked 108 Times in 50 Posts
คะแนน: 11 bokyod is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง bokyod
โหล

สวัสดีคับๆ
รถผมแอร์ไม่่ค่อยเย็นเลยคับๆ
สตาร์ดตอนเช้าเย็นคับๆ จอดในโรงรถ
พอ ออกข้างนอกไม่เย็นขึ้นมาทันทีเลยๆ
ไปล้างตู้แอร์มาหนึ่งครั้ง หลังจากไปวางเครื่องมา
ดูที่ตัว เช็คน้ำยาแอร์ๆ เป็น ฟองๆๆ เต็มๆเลย
ตอนล้างช่างบอกว่า ฟองๆๆ เนี่ยแหละ เย็นๆ
เหอๆ ๆ ไม่รู้จาทำไงคับๆ ร้อนๆๆ
bokyod is offline   ตอบพร้อมอ้างถึงข้อความเดิม
เก่า 07-08-2009, 11:02   #206
Moonlight
Super Moderator
 
รูปส่วนตัว Moonlight
 
วันที่สมัคร: Oct 2006
Car Brand: My Brand
Engine Type: 2JZ-GE VVT-i A/T
ที่อยู่: กรุงเทพฯ
กระทู้: 2,376
Thanks: 633
Thanked 8,031 Times in 1,296 Posts
คะแนน: 15 Moonlight will become famous soon enough
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Moonlight
อ้างถึง:
กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ bokyod อ่านกระทู้
สวัสดีคับๆ
รถผมแอร์ไม่่ค่อยเย็นเลยคับๆ
สตาร์ดตอนเช้าเย็นคับๆ จอดในโรงรถ
พอ ออกข้างนอกไม่เย็นขึ้นมาทันทีเลยๆ
ไปล้างตู้แอร์มาหนึ่งครั้ง หลังจากไปวางเครื่องมา
ดูที่ตัว เช็คน้ำยาแอร์ๆ เป็น ฟองๆๆ เต็มๆเลย
ตอนล้างช่างบอกว่า ฟองๆๆ เนี่ยแหละ เย็นๆ
เหอๆ ๆ ไม่รู้จาทำไงคับๆ ร้อนๆๆ
จากที่เล่ามานั้น เรียกว่า อาการแอร์ทำความเย็นไม่สู้แดด ส่วนใหญ่เนื่องมาจาก น้ำยาแอร์น้อยเกินไปครับ

จากที่บอกว่า มองเห็น ฟองมากมายวิ่งไปมา ซึ่งสิ่งที่เรามองอยู่นั้น เรียกว่าน้ำยาแอร์ครับ ซึ่งเป็นสารความเย็น ที่ส่งมาจาก คอนเดนเซอร์ (คอยล์ร้อน) ผ่านเข้า รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ (Receiver Dryer หรือ Dehydrator) ซึ่งคนไทยเรียกกันสั้นๆว่า แอร์ดรายเออร์ ซึ่งทำหน้าที่ พักสารความเย็นแล้วดูดรับความชื้น หลังจากดูดความชื้นแล้ว สารความเย็นนี้ ก็จะถูกส่งต่อไปเข้า (จุดนี้เอง ที่จะมีกระจกให้มองดูสารความเย็น (น้ำยาแอร์) ว่าเต็มมาก, เต็มพอดี, น้อย, น้อยมาก หรือ ไม่มีเลย) เอ๊กซ์แพนชั่นวาล์ว แล้วเข้า อีวาพอเรเตอร์ (คอยล์เย็น)

การมองกระจก ดูลักษณะ สารความเย็น แล้วแปลความหมาย ออกมาดังนี้

  • เต็มมาก จะเห็นน้ำยา แต่ว่า ไม่มีฟองอากาศ หรือ แทบไม่มีฟอง ผลกระทบที่เกิด จะทำให้ คอมเพรสเซอร์แอร์ ทำงานหนัก แต่กลับทำความเย็นไม่ดี (ไม่สู้แดด)
  • เต็มพอดี จะเห็นน้ำยา โดยมีฟองอากาศอยู่ 2 - 3 ฟอง วิ่งไปมา และเวลาคอมเพรสเซอร์หยุดทำงาน จะเห็นฟองอากาศเล็กๆผุดขึ้นลงเต็มไปหมด ก่อนที่จะหายไปครับ ผลกระทบที่เกิด จะทำให้ ระบบการทำความเย็นดี ไม่กินกำลังคอมเพรสเซอร์ ปรับควบคุมอุณหภูมิในห้องโดยสารได้ดี
  • น้อย จะเห็นน้ำยา โดยมีฟองอากาศอยู่ มากกว่า 5 - 6 ฟอง วิ่งไปมา และเวลาคอมเพรสเซอร์หยุดทำงาน จะเห็นฟองอากาศเล็กๆผุดขึ้นลงเต็มไปหมด ก่อนที่จะหายไปครับ ผลกระทบที่เกิด จะทำให้ ระบบการทำความเย็นไม่ค่อยดีดี กินกำลังคอมเพรสเซอร์มากหน่อย ปรับควบคุมอุณหภูมิในห้องโดยสารไม่ค่อยได้ได้ดีนัก
  • น้อยมาก จะเห็นน้ำยา โดยมีฟองอากาศเล็กๆเต็มไปหมด วิ่งไปมา และเวลาคอมเพรสเซอร์หยุดทำงาน จะเห็นฟองอากาศเล็กๆผุดขึ้นลงเต็มไปหมด ก่อนที่จะหายไปครับ ผลกระทบที่เกิด จะทำให้ ระบบการทำความเย็นไม่ดี กินกำลังคอมเพรสเซอร์มาก ปรับควบคุมอุณหภูมิในห้องโดยสารไม่ได้เลย อาการคล้ายๆกับ สารความเย็นเต็มมาก คือ ไม่สู้แดด
  • ไม่มีเลย จะมองไม่เห็นน้ำยาในช่องกระจกเลย ผลกระทบที่เกิด จะทำให้ คอมเพรสเซอร์แอร์ ทำงานหนักมากๆ จนกระทั่งคอมเพรสเซอร์น๊อคพังได้ ไม่มีความเย็นในห้องโดยสารเลย
ให้สังเกตุ สารความเย็น เต็มมาก และ สารความเย็น น้อยมาก จะเกิดผลกระทบจากการให้ความเย็นคล้ายกันมาก ให้สังเกตุจาก กระจกมองน้ำยาที่ รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ ครับ ว่า เป็นผลมาจาก สารความเย็น เต็มมากเกินไป หรือว่า สารความเย็นน้อยเกินไป ครับ

การทำงานของระบบแอร์คอนดิชั่นในรถยนต์ จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง นั่นคือ ฝั่งแรงดันน้ำยาต่ำ และฝั่งแรงดันน้ำยาสูง

  • ฝั่งแรงดันน้ำยาต่ำคือ นับตั้งแต่ ทางออกของ เอ๊กซ์แพนชั่นวาล์ว ซึ่งแปลงน้ำยาแอร์ (สารความเย็น) เป็นไอระเหย ผ่านเข้า คอยล์เย็น (อีวาเพอเรเตอร์) โดยมีพัดลมโบล์วเออร์ เป่าความเย็นจุดนี้ ออกมาทางท่อลมเข้าห้องโดยสาร ส่วนน้ำยาที่เป็นไอระเหยนั้น จะดูดซับความร้อนในห้องโดยสาร แล้วถูกดูเข้า คอมเพรสเซอร์แอร์ นี่คือ ฝั่งแรงดันน้ำยาต่ำ
  • ฝั่งแรงดันน้ำยาสูงคือ น้ำยาสารความเย็นที่ถูกคอมเพรสเซอร์แอร์ ดูดอัดอย่างเร็ว (ยังเป็นสารระเหยอยู่) ส่งเข้า คอยล์ร้อน (คอนเดนเซอร์) ที่มีครีบระบายความร้อน ทั้งถูกอัดเข้าไประบายความร้อนเข้าที่พักดูดความชื้น (รีซีฟเวอร์ดรายเออร์) จนเป็นสารความเย็นเหลว ส่งไปเข้า เอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว

อาการของรถคุณ เป็นอาการของ สารความเย็น น้อยมากเกินไป เนื่องจากการรั่ว ทางฝั่ง แรงดันน้ำยาต่ำ ซึ่งถ้ามีการตรวจเช็คการรั่วและทำการทำไม่ให้เกิดการ รั่วแล้ว เติมน้ำยาสารความเย็นเข้าไป (น้ำยาแอร์) ก็จะทำให้ ระบบแอร์ทำงานได้ดีเช่นเดิมครับ ก็จะเข้าสู่ระบบ น้ำยาเต็มพอดี ครับ

ทำไมผมจึงระบุว่า เกิดการรั่วของฝั่งแรงดันน้ำยาต่ำ เพราะว่า ถ้าเกิดการรั่วทางฝั่งแรงดันน้ำยาสูง น้ำยาจะถูกขับดันออกมาจนหมดเกลี้ยงในชั่วเวลาไม่นานเ ลยครับ และไม่สามารถ มองเห็นน้ำยาในกระจกได้เลย ส่วนการรั่วทางฝั่งแรงดันต่ำนั้น พอแรงดันถูกลดลงระดับหนึ่ง จะรั่วซึมออกมาน้อยมากแล้ว เพราะว่าแรงดันให้รั่วไม่พอครับ จึงทำให้น้ำยาสารความเย็นคงอยู่ระดับหนึ่งเป็นเวลานา น แต่ถ้าไม่มีการทำการอุดจุดรั่ว น้ำยาแอร์ก็จะค่อยๆหมดไป คอมเพรสเซอร์แอร์ก็จะ น็อคพังไปด้วยเพราะว่า น้ำมันหล่อลื่น ถูกสารความเย็นนำพารั่วออกมาด้วยครับ เมื่อน้ำมันหล่อลื่นน้อยจนเกือบหมด คอมเพรสเซอร์ก็จะน็อค ครับ ดังนั้น ขณะทีี่ สารความเย็นเหลือน้อย สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องปิดระบบทำความเย็นก่อน แล้วเช็คหาจุดรั่ว แก้ไขแล้ว เติมน้ำมันคอมพ์และน้ำยาสารความเย็น จนเต็มพอดี จึงนำมาใช้ต่อได้ครับ
__________________
JZM - 5
Moonlight is offline   ตอบพร้อมอ้างถึงข้อความเดิม
The Following 2 Users Say Thank You to Moonlight For This Useful Post:
chuchat (18-07-2016), printset (09-09-2016)
เก่า 08-08-2009, 22:13   #207
bokyod
ClubJZ Old Full Member
 
รูปส่วนตัว bokyod
 
วันที่สมัคร: Dec 2008
Car Brand: Volvo
Engine Type: 1 Jz GTE
ที่อยู่: Chonburi
อายุ: 28
กระทู้: 224
Thanks: 109
Thanked 108 Times in 50 Posts
คะแนน: 11 bokyod is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง bokyod
โหลๆ

ขอบคุงมากๆๆ คับ คุณน้ามูลๆ
bokyod is offline   ตอบพร้อมอ้างถึงข้อความเดิม
เก่า 10-08-2009, 01:35   #208
bokyod
ClubJZ Old Full Member
 
รูปส่วนตัว bokyod
 
วันที่สมัคร: Dec 2008
Car Brand: Volvo
Engine Type: 1 Jz GTE
ที่อยู่: Chonburi
อายุ: 28
กระทู้: 224
Thanks: 109
Thanked 108 Times in 50 Posts
คะแนน: 11 bokyod is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง bokyod
โหลๆ

มารายงานผลคับๆ
เมื่อวานนนี้ ผมได้ไปเติมน้ำยาแอร์มาคับๆ เติม แล้วก็เย็นดีๆ เสียไป 200
แต่ช่างบอกว่า แรงดันมันไม่ลงเลย (เขาบอกว่าปกติเอาน้ำราดตรงแผงคอยร้อนแล้วมันจะลง)
ผมก็เลยถามว่าถ้าเป็นอย่างนี้แล้วเป็นออะไรไหม เค้าบอกว่าคอมแอร์ใกล้เสียแล้วๆ
ขอถามว่า
1.ที่ช่างบอกเรื่องจริงไหมคับ
2.ตอนนี้เป็นน้ำยา R12 ถ้าผมจะเปลี่ยนเป็น R134 ได้ไหมคับๆ
3. ถ้าเปลี่ยนไปเป็นน้ำยา R134 แล้วต้องทำอะไรเพิ่มบ้าง
แล้วจะมีปัญหาไหมคับ
รถผมเป็น Volvo 760 JBO คับๆ
bokyod is offline   ตอบพร้อมอ้างถึงข้อความเดิม
เก่า 10-08-2009, 14:03   #209
Moonlight
Super Moderator
 
รูปส่วนตัว Moonlight
 
วันที่สมัคร: Oct 2006
Car Brand: My Brand
Engine Type: 2JZ-GE VVT-i A/T
ที่อยู่: กรุงเทพฯ
กระทู้: 2,376
Thanks: 633
Thanked 8,031 Times in 1,296 Posts
คะแนน: 15 Moonlight will become famous soon enough
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง Moonlight
อ้างถึง:
กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ bokyod อ่านกระทู้
มารายงานผลคับๆ
เมื่อวานนนี้ ผมได้ไปเติมน้ำยาแอร์มาคับๆ เติม แล้วก็เย็นดีๆ เสียไป 200
แต่ช่างบอกว่า แรงดันมันไม่ลงเลย (เขาบอกว่าปกติเอาน้ำราดตรงแผงคอยร้อนแล้วมันจะลง)
ผมก็เลยถามว่าถ้าเป็นอย่างนี้แล้วเป็นออะไรไหม เค้าบอกว่าคอมแอร์ใกล้เสียแล้วๆ
ขอถามว่า
1.ที่ช่างบอกเรื่องจริงไหมคับ
2.ตอนนี้เป็นน้ำยา R12 ถ้าผมจะเปลี่ยนเป็น R134 ได้ไหมคับๆ
3. ถ้าเปลี่ยนไปเป็นน้ำยา R134 แล้วต้องทำอะไรเพิ่มบ้าง
แล้วจะมีปัญหาไหมคับ
รถผมเป็น Volvo 760 JBO คับๆ
โดยปกติของการใช้เกจ์วัดความดันของน้ำยานั้น จะต้องวัดทั้ง 2 ค่า คือ ทั้งค่าแรงดันต่ำและ ค่าแรงดันสูง ครับ โดยระบบปกติ ของน้ำยา เมื่อระบบทำความเย็นทำงานปกตินั้น จะได้ค่าดังนี้ครับ
  • ด้านแรงดันต่ำ 15 - 30 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
  • ด้านแรงดันสูง 210 - 230 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
ถ้าการระบายความร้อนของคอยล์ร้อน (คอนเดนเซอร์) ไม่ดี เราจะต้องมองเห็นฟองอากาศที่ช่องมองน้ำยา ค่าแรงดันต่ำที่เกจ์จะอ่านได้ค่าสูงผิดปกติ แต่ค่าแรงดันสูงอาจจะสูงเกินปกติได้แต่ไม่มาก

แต่พอเราเอาน้ำฉีดพ่นไปที่ตัวคอยล์ร้อน ค่าทางด้านแรงดันต่ำควรจะลงมาสู่ระดับปกติ ครับ
แต่ถ้า ผลของเกจ์ ด้านแรงดันต่ำ สูงผิดปกติ และค่าแรงดันสูง ต่ำผิดปกติ
แล้วเราเอาละอองน้ำพ่นไปที่คอยล์ร้อน เกจ์วัดด้านแรงดันต่ำ ไม่ยอมลง ขณะเดียวกัน เกจ์วัดด้านแรงดันสูงไม่ยอมขึ้น นั่นแสดงถึงว่า คอมเพรสเซอร์แอร์ ไม่มีกำลังครับ (อาจจะเสื่อมชำรุดครับ)

สำหรับการเปลี่ยนน้ำยา เป็น 134 a นั้น เรียกได้ว่า แทบจะต้องเปลี่ยนหมดครับ เช่น
  • ปะเกน และโอริงทั้งหมด (รวมทั้งในคอมเพรสเซอร์ด้วยครับ) ต้องเปลี่ยนจาก ชนิด NBR เป็นชนิด RBR
  • น้ำมันคอมเพรสเซอร์ จาก ND-OIL6 เป็น ND-OIL8
  • สารดูดความชื้นใน รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ จาก ซิลิก้าเจล เป็น ซีโอไลท์ (เปลี่ยนทั้งรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ครับ)
  • ระบบท่อและหัวต่อ ต่างๆ ก็ควรเปลี่ยนเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการใช้สารความ เย็นครับ รวมทั้งหัวชาร์จก็ควรเปลี่ยนให้เป็น หัวชาร์จของสารความเย็น 134a ครับ
ที่บอกกล่าวไว้ทั้งหมดนั้น ดูเหมือนว่ายุ่งยาก แต่จริงๆแล้วสำหรับช่างแอร์แล้ว ไม่ยากหรอกครับ เสียเงินเปลี่ยนครั้งแรก แล้วต่อๆไป จะหาน้ำยาสารความเย็นได้ง่ายขึ้น เพราะว่า สาร R12 นับวันยิ่งหายากและแพงขึ้นเรื่อยๆครับ
__________________
JZM - 5
Moonlight is offline   ตอบพร้อมอ้างถึงข้อความเดิม
The Following User Says Thank You to Moonlight For This Useful Post:
printset (09-09-2016)
เก่า 12-08-2009, 23:37   #210
tk_mpt
ClubJZ Web Member
 
รูปส่วนตัว tk_mpt
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
Car Brand: Toyota Tiger Single Cab
Engine Type: 1jz-GTE AG Gas & Setup by KKS
ที่อยู่: Saohai Saraburi
กระทู้: 0
Thanks: 0
Thanked 0 Times in 0 Posts
คะแนน: 0 tk_mpt is on a distinguished road
ส่งข้อความผ่าน MSN ถึง tk_mpt
ตอนนี้ผมเจอปัญหา เมื่อรถวิ่งความเร็วสูงจะเกิดเสียงดัง "ฟี๊ด" แถวตู้แอร์แล้วแอร์จะไม่เย็น พอจอดหรือวิ่งช้าๆลองปิด-เปิดสวิทซ์ใหม่ก็จะเริ่มกลับมาเย็น และถ้าวิ่งเร็วๆอีกจะเป็นอาการเดิม

อาการดังกล่าวเกิดขึ้นจากอะไรครับ
tk_mpt is offline   ตอบพร้อมอ้างถึงข้อความเดิม
ตอบกลับ


คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว

กฎการส่งข้อความ
คุณไม่สามารถเริ่มหัวข้อใหม่ได้
คุณไม่สามารถตอบกระทู้ได้
คุณไม่สามารถแนบไฟล์ได้
คุณไม่สามารถแก้ไขกระทู้ของคุณเองได้

โค้ด vB ใช้ได้
[IMG] โค้ด ใช้ได้
โค้ด HTML งดใช้
กระโดดไป


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 19:00


Powered by vBulletin รุ่น 3.6.8 Copyright ©2000-2018, Jelsoft Enterprises Ltd.
ClubJZ. NET Bestview 1024 * 768 and 1208 * 1024 pixels